วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

อเมริกัน ค็อกเกอร์

ลักษณะท่าทางโดยทั่วไป เป็นสุนัขขนาดกลาง มีอุปนิสัยร่าเริง แจ่มใสตลอดเวลา

มาตราฐานสายพันธุ์ 
ศีรษะ : กะโหลกกว้างเล็กน้อย มีความสมส่วนกับขากรรไกร
ขากรรไกร : มีความสมส่วนกับกะโหลกจากกะโหลกมาถึงขากรรไกร มีจุดตก (STOP) อย่างเห็นได้
ฟัน : เรียงกันเป็นระเบียบ ขบกันแบบขากรรไกร ขาว และไม่เล็กจนเกินไป
จมูก : มีความสมดุลกับขากรรไกร แต่จะต้องมีสีดำ
ตา : ตากลม ดวงตามีสีน้ำตาลเข้ม มีแววตาสดใส
หู : หูยาวและกลม ตำแหน่งของหูอยู่ระดับเดียวกับตา ความยาวของหูต้องถึงปลายจมูก มีขนขึ้นปกคลุม
คอและไหล่ : คอมีความยาวสมส่วนกับลำตัว และคอต้องตั้ง ยามเคลื่อนไหวเส้นหลังลาดลงมาจากหัวไหล่
ลำตัว : มีความกระชับ
หาง : ตำแหน่งของหางอยู่เหนือบั้นท้าย และตัดออกให้สมส่วน และชี้ไปทางด้านหลัง
ขาและเท้า : มีขนขึ้นปกคลุมที่ขาและเท้า ขาตรง นิ้วเท้ากำแน่น มีความแข็งแรง
ขน : ขนที่หัวและหลังจะสั้นเรียบ มีความสะอาดเป็นเงางาม บ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี
การเคลื่อนไหว : ขาทั้ง 4 สัมพันธ์กัน มีความสมดุลและสง่างาม
ขนาด : ความสูงวัดจากขาถึงหัวไหล่ สุนัขเพศผู้ สูง 15 นิ้ว , สุนัขเพศเมีย สูง 14 นิ้ว 

หลังอาน


สุนัขไทยหลังอาน เป็นสุนัขที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศไทย คือ ในจังหวัดตราดและจังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดจันทบุรี และระยองจึงจัดเป็นสุนัขพื้นเมืองในบริเวณดังกล่าว
ลักษณะทั่วไป

เป็นสุนัขขนาดกลางมีรูปร่างใกล้เคียงกับสุนัขพื้นเมืองไทยทั่วไป แต่มีลักษณะพิเศษเป็นเอกลักษณะประจำพันธุ์ คือ บนหลังมีอานอยู่ด้านบน คล้ายว่ามีอานม้าวางอยู่บนหลัง มีรูปร่างลักษณะสง่างาม หน้าเชิด หูตั้ง หางทอดโค้งเหมือนดาบงอน ลิ้นมีปานสีดำ แต่เดิมใช้ในการล่าสัตว์เพราะมีความคล่องแคล่วว่องไว สำหรับอานที่เกิดบนหลังที่ดีจะต้องมีขนาดใหญ่ อานของสุนัขเกิดจาก 2 ลักษณะดังนี้

1. ขนที่ชี้ย้อนกลับไปด้านหน้า และไม่ได้เกิดจากขวัญ
2. ขวัญ ขวัญจะวนเป็นรูปก้นหอยจากไหล่ทั้ง 2 ข้างแล้วมาบรรจบกันที่หัวไหล่ เป็นวงกลมใหญ่ และเรียวลงมาตามแนวกระดูกสันหลังจรดโคนหางเหมือนอานม้า

การเกิดขวัญ ในตำแหน่งและจำนวนที่ต่างกัน มีผลทำให้เกิดรูปร่างของอานแตกต่างกันไป ซึ่งสามารถแบ่งได้ 8 ชนิด ดังนี้

1. อานเข็ม มีขนาดเล็ก และไม่มีขวัญ
2. อานแบบแผ่น หรือ อานม้า ขนาดใหญ่เต็มแผ่นหลังและไม่มีขวัญ
3. อานแบบเทพพนม ขนบนหลังจะไม่ชี้ย้อนไปด้านหัวแต่จะชี้ชนกันกลางแนวสันหลัง เหมือนใช้นิ้วประสานกันพนมไหว้ และไม่มีขวัญบนหลัง
4. อานแบบหัวลูกศรหรือธนู เกิดจากการมีขวัญ 2 ขวัญบนหัวไหล่
5. อานแบบพิณ เกิดจากขวัญจำนวน 3 – 4 ขวัญ คือ ที่บริเวณหัวไหล่ 1 – 2 ขวัญ และบริเวณกึ่งกลางลำตัว 2 ขวัญอยู่กันคนละฝั่ง
6. อานแบบใบโพธิ์ ขวัญจะกว้างเต็มแผ่นหลังและเรียวยาว แต่ไม่ถึงโคนหาง
7. อานแบบไวโอลีน เกิดจากขวัญตั้งแต่ 3 – 5 ขวัญ คือ คู่แรกอยู่บนหัวไหล่หน้า ส่วนคู่ที่ 2 จะเกิดค่อนไปด้านหาง
8. อานแบบลูกโบว์ลิ่ง เกิดจากขวัญ 4 – 5 ขวัญ คือ บริเวณหัวไหล่อาจมี 1 ขวัญ หรือไม่มีก็ได้ บริเวณกลางลำตัวมี 1 คู่ อยู่ชิดกันเป็นช่องที่แคบ และมีขวัญอีก 1 คู่ที่เหนือโคนขาหลังโดยอยู่ห่างกัน และดูกว้างกว่าคู่แรก

นิสัย สุนัขไทยหลังอานเป็นสุนัขขนาดกลาง ได้ชื่อว่ารักเจ้าของมาก ซื่อสัตย์ ไม่ดื้อประจบเก่ง สุภาพ และฉลาด แต่มีความดุร้ายพอสมควรเมื่อเจอคนที่ไม่ใช่เจ้าของ

มาตรฐานพันธุ์
ขนาด เพศผู้ เพศเมีย
ความสูง (เซนติเมตร) 52.5 - 62.5 47.5 - 57.5
น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) 22 - 24 20 - 22

ขน สุนัขไทยหลังอานจะมีขนสั้น แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ แบบกำมะหยี่ ขนจะสั้นเกรียนติดผิวหนังและมีความนุ่ม และแบบสั้นแต่ไม่เกรียนติดหนัง

สี สีควรเป็นสีเดียวทั้งตัว ส่วนสีที่พบได้ คือ น้ำตาล, น้ำตาลแดง, น้ำตาล อ่อน, น้ำตาลดำ, ขาว, กลีบบัว และสีสวาท

หลักเกณฑ์การให้คะแนนในการประกวดสุนัขไทยหลังอาน
อาน 20 คะแนน
ขนาด และลักษณะทั่วไป 20 คะแนน
ลำตัว 15 คะแนน
หาง 10 คะแนน
ขน 10 คะแนน
หัว - ตา 10 คะแนน
ขา - เท้า 10 คะแนน
หู 10 คะแนน
รวม 100 คะแนน 

เวสต์ไฮด์แลนด์ไวท์เทอเรียร์

สุนัขพันธุ์นี้มีขนาดเล็ก ชอบความสนุกสนาน ร่างกายมีความสมดุล แข็งแรง มีการนำเสนอและอวดตัวเองได้ค่อนข้างดี ไม่หวงตัวมาก มีโครงสร้างร่างกายที่ดี แข็งแรง มีอกที่ลึกและซี่โครงดีมีหลังตรง และลำตัวด้านหลังเต็มไปด้วบพลังจากกล้ามเนื้อของขาร่วมกับการแสดงออกของสุนัข ทำให้เพิ่มระดับความแข็งแรงและความคล่องแคล่ว ความยาวของขนประมาณ 2 นิ้ว เป็นขนสีขาวค่อนข้างแข็ง แต่ขนชั้นในนิ่ม ขนที่ยาวกว่าจะอยู่บริเวณด้านหลังและด้านข้าง ควรมีการเล็มขนให้สั้นในบริเวณคอและขนบริเวณไหล่ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือขนบริเวณรอบคอด้านบนต้องปล่อยไว้ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวโดยแผ่เป็นรูปวงกลมรอบๆใบหน้า






มาตราฐานสายพันธุ์ 
ขนาด : ในตัวผู้ขนาดไม่ควรเกิน 11 นิ้ว เมื่อวัดจากตะโหนก ในตัวเมียไม่ควรเกิน 10 นิ้ว ถ้าผิดไปจากนี้เล็กน้อยยอมรับได้ สุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขขนาดกะทัดรัด ด้วยสัดส่วนและสมดุลที่ดี ลำตัวต้องระหว่างตะโหนกถึงหางจะสั้นกว่าความสูงเล็กน้อย มีขาที่สั้นแต่กระดูกเจริญดี แข็งแรง
ลักษณะที่ผิด มีความสูงมากกว่าหรือน้อยกว่าที่กำหนดไว้ กระดูกใหญ่
ศีรษะ : มีลักษณะกลมเมื่อมองจากด้านหน้า มีสัดส่วนที่พอเหมาะกับร่างกาย แววตาที่อยากรู้อยากเห็น ชอบค้นคว้า ทะเล้น นัยน์ตาตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ห่างกัน มีขนาดปานกลาง รูปทรงอัลมอนด์ สีน้ำตาลเข้ม ตาค่อนข้างลึก ตาคมและมีแววเฉลียวฉลาด มองจากด้านล่างมีขนคิ้วที่หนา ขอบตาดำ
ลักษณะที่ผิด ขนาดเล็ก ตาโปน หรือสีซีด
หู : ใบหูเล็ก ตั้งตรงเสมอ ตั้งห่างกันอยู่ด้านบนของขอบนอกของกะโหลก ปลายใบหูค่อนข้างแหลม หูต้องไม่ตก ขนที่ใบหูต้องได้รับการตัดและเล็มอยู่เสมอ สุนัขต้องขยับใบหูได้อย่างอิสระ สุนัขผิวสีดำถือว่าปกติเป็นที่นิยม
ลักษณะที่ผิด ใบหูกลม กว้าง ใหญ่ หูตั้งชิดกัน ไม่ตั้งตรง หรือตั้งอยู่ต่ำเกินไป
กะโหลก : มีความกว้างกว่าด้านยาวเล็กน้อย แต่ไม่แบนตรงบริเวณส่วนบนสุด มียอดเล็กน้อยระหว่างใบหู แล้วลาดลงมาบริเวณนัยน์ตา มีจุดสต๊อบที่ชัดเจน มีคิ้วที่หนา
ลักษณะที่ผิด กะโหลกที่แคบหรือกว้างเกินไป
ปาก : ไม่แหลม สั้นกว่าส่วนกะโหลก เต็มไปด้วยพละกำลังแล้วลาดลงมาสู่ปลายจมูก ซึ่งใหญ่และสีดำ ขากรรไกรได้ระดับและแข็งแรง ริมฝีปากต้องเป็นสีดำ
ลักษณะที่ผิด ส่วนปากยาวกว่าส่วนกะโหลก จมูกมีสีอื่นที่ไม่ใช่สีดำ
การสบกันของฟัน ฟันต้องใหญ่เหมาะกับขนาดของสุนัข ฟันตัดอย่างน้อย 6 ซี่ ระหว่างฟันเคี้ยว ทั้งฟันบนและฟันล่าง การไม่มีฟันกรามเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ฟันตัดบนอาจอนยู่เหลือครบ เหลือฟันตัดล่างเล็กน้อยยอมรับได้
ลำตัว : คอเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและลาดลงไปยังไหล่ได้ดี ความยาวของลำคอต้องได้สัดส่วนของสุนัข
ลักษณะที่ผิด ลำคอสั้นหรือยาวเกินไป
ส่วนบนของลำตัว : เรียบและได้ระดับทั้งขณะที่ยืนและวิ่งหรือเดิน
ลักษณะที่ผิด บั้นท้ายสูงเกินไปตัวบิด
ลำตัว : กะทัดรัดได้สัดส่วนดี อกลึกอย่างน้อยลงไปถึงข้อศอกสุนัข
ลักษณะที่ผิด อกตื้น แคบหรือแอ่น ยาวหรือสั้นเกินไป อกที่เป็นถังเบียร์
หาง : ต้องสั้น ได้สัดส่วน ลักษณะคล้ายแครอท ขณะยืนต้องสูงไม่เกินกะโหลก ปกคลุมไปด้วยขนที่แข็ง ต้องตรงมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ หางชี้ชันแต่ต้องไม่แตะหลัง ต้องไม่ตัดหาง
ลักษณะที่ผิด ตั้งอยู่ในตำแหน่งต่ำ หางยาวมากเกินไป ขนบางมาก หางม้วนขอดอยู่บนหลัง
ขาหลัง : เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ทำมุมดี ขาไม่ถ่างมากนัก ขาบิดรงบริเวณข้อขาบนขาสั้นและขนานกัน เมื่อจากด้านท้าย
ลักษณะที่ผิด ขาบิดหรือขาถ่างมาก ไม่มีมุมระหว่างข้อ ข้อเท้ามีลักษณะคล้ายเท้าวัว
อุ้งเท้า : อุ้งเท้าหลังเล็กกว่าเท้าหน้า มีอุ้งเท้าหนา อาจมีการตัดนิ้วติ่
ขน : มีความสำคัญมาก ซึ่งนานๆครั้งจะพบว่าสุนัขมีขนที่สมบูรณ์แบบ ขนต้องเป็น 2 ชั้น เพื่อให้ศรีษะได้รูปต้องมีการดึงขนทิ้ง เพื่อให้ได้ใบหน้าที่กลม ขนชั้นนอกแข็ง ชี้ตรง สีขาว มีความยาวประมาณ 2 นิ้ว ขณะที่ขนบริเวณและคอจะสั้นกว่า อาจมีการตัดแต่งขนเพื่อให้ได้รูปทรงตามมาตรฐานสายพันธุ์ จะมีขนที่ยาวบริเวณตำแหน่ง และขา ขนที่ดีคือสีขาว แข็ง ตรง ขนชั้นในนิ่ม
สีขน : ต้องเป็นมีขาว ตามชื่อสุนัข
การก้าวย่าง : เป็นอิสระ เดินตรงและเลี้ยวกลับไปมาง่าย มีอิสระและพลังขับเคลื่อนที่ดี
อารมณ์ : ทะเล้น สดใส ร่าเริง เป็นมิตร กล้าหาญ เชื่อมั่นในตนเอง
ลักษณะที่ผิด ขี้ขลาด ขี้อาย หรือมีนิสัยนักเลง ชอบต่อสู้

เยอรมันเช็พเพอด

มีถิ่นกำเนิดในประเทศเยอรมัน มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "อัลเซเชี่ยน" ผู้คนนับพันนับหมื่นที่ต้องอยู่ในโลกมืด ได้อาศัยเจ้าเยอรมันเช็พเพอดนี่แหละที่คอยเป็นพี่เลี้ยงนำทางไหนต่อไหนได้ พิทักษ์สันติราษฎร์ในเยอรมันนี แคนาดา ตามตรอกซอกซอยของบัลติมอร์ หรือในสวนสาธารณะของไฮด์ปาร์คที่มืดสลัว ไปด้วยม่านหมอกในใจกลางกรุงลอนดอน ย่อมรู้ดีว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมงานรักษากฎหมาย ที่ไม่ย่นระย่ออย่างใดทั้งสิ้น เขาทำหน้าที่เฝ้าเหมืองเพชรในคิมเบอร์ลี่ย์ก็ได้ เฝ้าโรงเรียนในนิวยอร์คก็ได้ หรือให้เฝ้าฐานทัพอากาศที่ทริโปลีก็ได้ ไม่มีใครสามารถคำนวณได้ว่าสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอด ได้ช่วยชีวิตคนไว้เท่าไรในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่สอง โดยที่การดมกลิ่นหาทหารบาดเจ็บบ้าง ถือสารและลำเลียงเวชภัณฑ์บ้าง คอยเตือนหน่วยลาดตระเวนในป่าต่อการถูกซุ่มโจมตีบ้าง ตลอดจนการตรวจรักษาแนวชายฝั่งทะเลเพื่อกันการก่อวินาศกรรม และค้นหาชาวบ้านที่ถูกซากปรักหักพังทับถมอยู่เนื่องจากการถูกระเบิดทางอากาศ ในยามไม่มีศึกสงคราม มันก็ทำงานเป็นการกุศล เนื่องจากจมูกที่ไวสามารถนำคนค้นหาพวกที่ถูกหิมะถล่ม ฝังเอาไว้ในเทือกเขาแอลป์ของสวิส ในปัจจุบันสุนัขพันธุ์นี้มีรูปร่างที่สวยงาม เฉลียวฉลาดอย่างยิ่ง เป็นผลมาจากการผสมของสุนัขต้อนแกะหลายชนิดมานับศตวรรษ ซึ่งรวมเอาสุนัขที่มีขนาดย่อมแต่ว่องไวของท้องทุ่งเยอรมันภาคเหนือ กับสุนัขที่โตล่ำสันกว่าของภูมิภาคที่เป็นขุนเขาทางใต้เอาไว้ด้วย แม้จะสิ้นศตวรรษที่ 19 ยุคเลี้ยงแกะของเยอรมันได้สิ้นสุดลง แต่อย่างไรก็ตามนักเพาะพันธุ์สุนัขไม่กี่คนก็ยังพยายามสงวนพันธุ์อันมีคุณสมบัติอันวิเศษในการเลี้ยงแกะเอาไว้ ซึ่งนับว่าควรแก่การยกย่องมากที่สุดได้แก่ ร้อยเอกทหารม้าผู้หนึ่งชื่อ มาร์กฟอนสเตฟานิตช์ ซึ่งได้ลงเรี่ยวลงแรงแข็งขัน เพื่อที่จะทำให้สุนัขพันธุ์นี้เข้ามาตรฐาน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปี 1889 และได้เจริญเติบโตเรื่อยมาจนมาเป็นสโมสรสุนัขที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง โดยการเพาะพันธุ์สุนัขอย่างเดียว จากความพยายามของร้อยเอกฟอนสเตฟานนิตช์กับพรรคพวก ที่ได้พยายามเสาะหาสุนัขที่ใช้งานได้ดีและฉลาด และแล้วผลที่ได้ก็น่าภาคภูมิใจ ที่เมื่อมองสุนัขพันธุ์นี้ขณะที่มันปฏิบัติตามคำสั่งของนายโดยไม่ผิดพลาด

มาตรฐานสายพันธุ์ 
ลักษณะโดยทั่วไป สิ่งที่ประทับใจของผู้ที่ได้พบเห็นเยอรมันเช็พเพอดที่ดีคือ ความแข็งแรงว่องไว เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตื่นตัวและมีชีวิตชีวา มองโดยรวมแล้วจะกลมกลืนและได้สัดส่วนกันระหว่างส่วนหน้าและส่วนท้าย ตัวจะยาวกว่าส่วนสูง ลำตัวลึก เส้นรอบตัวจะเป็นเส้นโค้งที่กลมกลืนแทนที่จะเป็นเหลี่ยมมุม มีขนาดค่อนข้างใหญ่และอ่อนแอ ให้ความรู้สึกไม่ว่าจะอยู่นิ่งหรือเคลื่อนไหวถึงความกระชับของกล้ามเนื้อและการเคลื่อนที่อย่างนุ่มนวล
อุปนิสัย : เยอรมันเช็พเพอดมีบุคลิกที่เด่นชัดคือ มีการแสดงออกถึงความไม่หวาดหวั่นแต่ก็ไม่ก้าวร้าว มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความกระตือรือร้นและตื่นตัวกระฉับกระเฉง เต็มใจจะรับใช้เต็มที่ในลักษณะของการเป็นเพื่อน เป็นสุนัขเฝ้าบ้านนำทางผู้ที่อยู่ในโลกมืด เป็นสุนัขต้อนฝูงสัตว์ หรือทำหน้าที่อารักขา สุนัขจะไม่ขี้ขลาดหรือหลบอยู่หลังผู้เป็นเจ้านาย ไม่ควรจะอ่อนไหว ไม่มองไปรอบๆ หรือแหงนหน้ามอง ไม่แสดงอาการตื่นตระหนก โดยจะหางตกเมื่อได้ยินเสียงหรือมองเห็นสิ่งแปลกๆ หากสันขมีอุปนิสัยดังกล่าวข้างต้นจะถูกตัดสินว่ามีความบกพร่องอย่างร้ายแรง สุนัขจะต้องยอมให้กรรมการตรวจฟันและลูกอัณฑะ ถ้าหากสุนัขกัดกรรมการจะต้องถูกไล่ออกจากสนามประกวด สุนัขที่อยู่ในอุดมคติควรที่จะสามารถใช้งานในลักษณะที่ไม่หยิบโหย่ง ผสมผสานกับลำตัวและการก้าวย่างที่เหมาะกับงานการที่ทำ ซึ่งเป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน
ศีรษะ : แลดูสง่างาม ถูกสลักเสลาอย่างเรียบร้อย แข็งแรงได้สัดส่วนกับลำตัว ศีรษะของเพศผู้แลดูล่ำสัน ส่วนเพศเมียก็อ่อนช้อย ปากยาวและแข็งแรง มองจากด้านหน้าหน้าผากจะโค้งเล็กน้อย กะโหลกศีรษะลาดเทยาวเป็นรูปลิ่ม ดั้งจมูกจะไม่หักมาก กรามแข็งแรง
หู : แหลมพอประมาณได้สัดส่วนกับกะโหลกศีรษะและเปิดไปข้างหน้า และจะตั้งชันเมื่อตั้งอกตั้งใจ หูที่อยู่ในอุดมคติเส้นกลางของใบหูเมื่อมองจากด้านหน้า จะขนานกันและจะตั้งฉากกับพื้น หูที่ถูกตัดหรือห้อยจะต้องถูกคัดออกจากสนามประกวด
ตา : ขนาดปานกลาง รูปร่างเหมือนเมล็ดอัลมอนด์ ตั้งแบบเฉียงเล็กน้อยแต่ไม่โปนออกมา ตาควรจะดำมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ มีแววตาที่ฉลาดและเฉียบแหลม
ฟัน : 42 ซี่ ข้างบน 20 ซี่ ข้างล่าง 22 ซี่ แข็งแรงและสบกันแบบกรรไกร ฟันข้างบนยื่นไปข้างหน้าหรือการสบแบบเสมอเป็นลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ ฟันล่างที่ยื่นไปข้างหน้าเป็นข้อบกพร่องที่ร้ายแรง ถ้าหากฟันซี่อื่นที่นอกเหนือไปจากฟันกรามเล็กก็ถือเป็นข้อบกพร่องร้ายแรงเช่นกัน
คอ : แข็งแรงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ค่อนข้างยาวได้สัดส่วนกับศีรษะ หนังไม่หย่อนยาน เมื่อสุนัขตั้งใจหรือตื่นเต้นศีรษะจะชูสูง คอจะยืดออก โดยทั่วไปศีรษะจะยื่นไปข้างหน้ามากกว่าชูสูง แต่จะสูงกว่าไหล่เล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนเคลื่อนไหว
ส่วนหน้า : แผ่นกระไหล่ยาวและทำมุมเฉียง อยู่ในแนวราบและไม่ยื่นไปข้างหน้า แขนตอนบนเชื่อมกันแผ่นกระดูกไหล่โดยทำมุมราว 90 องศา ขาหน้าไม่ว่าจะมองดูทางไหนก็เหยียดตรง และกระดูกจะเป็นรูปไข่มากกว่ากลม ฝ่าเท้าแข็งแรงและทำมุมราว 25 องศา กับแนวตั้ง
เท้า : สั้นและกระชับ นิ้วโค้งอย่างพอเหมาะ อุ้งเท้าหนาแบะเล็บแน่น สั้นและมีสีดำ ควรตัดนิ้วติ่งที่ขาหลัง แต่นิ้วติ่งที่ขาหน้ามักจะปล่อยให้อยู่อย่างเดิม
สัดส่วน : สุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดที่นิยมกันจะอยู่ในสัดส่วนของความยาวต่อความสูงอยู่ระหว่าง 10 ต่อ 8.5 ความสูงของสุนัขเพศผู้วัดจากจุดสูงสุดของไหล่อยู่ระหว่าง 24-25 นิ้ว ส่วนเพศเมีย 22-24 นิ้ว ความยาววัดจากกระดูกอกไปยังตอนท้ายของกระดูกสะโพก
ลำตัว : โครงสร้างโดยรวมทำให้เกิดความรู้สึกถึงความลึกและแน่น แต่ไม่เทอะทะ อกควรจะเต็มและลงลึกอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้าง อกกว้างมีเนื้อที่มากพอสำหรับหัวใจและปอด ซี่โครงยาวและโค้งไม่เป็นรูปถังเบียร์หรือแบนมากเกินไป และไปจรดส่วนอกลงไปถึงข้อศอก หากซี่โครงอยู่ในลักษณะที่ถูกต้องจะทำให้ศอกหดกลับอย่างอิสระในขณะที่สุนัขกำลังวิ่งเหยาะๆ หากกระดูกซี่โครงโค้งออกมามากเกินไปจะทำให้ข้อศอกกางออก
ท้อง : กระชับ ชายกระเบนเหน็บจะรั้งขึ้นเล็กน้อย
เส้นหลัง : จุดสูงสุดของเส้นหลังจะสูงและค่อยๆ ลาดเท
หลัง : เหยียดตรงแข็งแรงมาก ไม่แอ่นหรือโค้งขึ้น เอวมองจากด้านบนจะกว้างและแข็งแรง ความยาวระหว่างกระดูกซี่โครงซี่สุดท้ายและตะโพกมากเกินไปเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ตะโพกยาวและค่อยๆ ลาดเท
หาง : เป็นพวงข้อกระดูกสันหลัวข้อสุดท้ายอย่างน้อยจะยื่นไปต่อกระดูกขาหลัง หางตั้งอยู่ตรงตะโพกและห้อยลงขณะที่อยู่ในท่าพัก หางจะโค้งเล็กน้อย เมื่อสุนัขตื่นเต้นหรือกำลังเคลื่อนไหวหางจะโค้งและยกขึ้น แต่ไม่ควรโค้งไปข้างหน้าและเลยเส้นตั้งฉาก หางที่สั้นเกินเป็นข้อบกพร่องอย่างมาก หากหางถูกตัดจะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ประกวด
ส่วนท้าย : เมื่อมองจากด้านข้าง ตะโพกโดยรวมจะกว้าง ส่วนที่อยู่ระหว่างข้อต่อขาหลังและเท้า สั้นและแข็งแรง
การย่างก้าว : เยอรมันเช็พเพอดเป็นสุนัขที่วิ่งเหยาะๆ โครงสร้างถูกพัฒนามาเพื่อให้เหมาะสมกับการทำงาน การก้าวย่างควรจะเป็นไปด้วยความนุ่มนวล และยื่นเท้าออกไปสุด ราบรื่นและเป็นจังหวะ
สี : ไม่มีสีที่แน่นอน แต่จะนิยมสีเข้มมากกว่า หากจมูกสีอ่อน สีฟ้าหรือเป็นสีตับเป็นข้อบกพร่องที่ร้ายแรง หากขนสีขาวหรือมีจมูกไม่ดำจะถูกห้ามไม่ให้ลงประกวด
ขน : ควรมีขนสองชั้นและยาวปานกลาง ขนชั้นนอกควรจะแน่นมากที่สุดเท่าที่จะแน่นได้ ขนเหยียดตรง หยาบแนบไปกับลำตัว ขนชั้นนอกเป็นลอนเล็กน้อย ศีรษะรวมทั้งข้างในหู หน้าผาก ขาและเท้าจะปกคลุมด้วยขนสั้น ส่วนคอจะปกคลุมด้วยขนที่หนาและยาวกว่า ด้านหน้าของขาหน้าและขาหลังจะมีขนยาวและยื่นไปปกคลุมข้อเท้าและข้อขาหลังตามลำดับ ขนที่นิ่มและคล้ายไหม, ขนชั้นนอกยาวเกินไป, ขนเหมือนขนสัตว์และหยิกเป็นลอนเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ 

ยอร์คเชียเทอร์เรีย

สุนัขพันธุ์นี้เป็นสัตว์เลี้ยงแฟชั่นในสมัยสมเด็จพระนางวิคตอเรียสุนัขพันธุ์นี้เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ WATERSIDE TERRIER BLACH AND TAN ENGLISH TERRIER และCLYDESDALE TERRIER,YORKSHIRE TERRIER เป็นสุนัขที่มีขนาดเล็กขนยาวจรดพื้นขนเป็นประกายคล้ายแพรวไหมจึงเป็นที่นิยมเลี้ยงของสตรีทั่วไป สุนัขพันธุ์นี้ต้องได้รับการดูแลรักษาขนพอสมควร








มาตราฐานสายพันธุ์ 
อุปนิสัย : ฉลาด ร่าเริง
ศีรษะ : มีขนาดเล็ก ส่วนบนของหัวค่อนข้างแบน
หู : มีขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นรูปตัว V หูตั้ง
ตา : มีขนาดปานกลาง ตามีสีเข้ม ตาแวววาวเป็นประกาย
ปาก : มีขนาดไม่ยาวมาก
จมูก : สีดำ
ฟัน : มีขนาดใหญ่ ขนแบบเสมอหรือขบแบบกรรไกร
ลำตัว : มีลักษณะสั้น เส้นตรงอยู่ในแนวระดับ
ขาหน้า : ตรง ข้อศอกไม่บิดเข้าหรือออก เท้ากลม เล็บสีดำ นิ้วติ่งต้องตัดออก
ขาหลัง : เมื่อมองจากด้านหลังขาหลังตั้งตรง ข้อเท้าทำมุมพอประมาณ เท้ากลม เล็บสีดำ นิ้วติ่งต้องตัดออก
หาง : ตัดให้สั้นพอประมาณ หางตั้งอยู่เหนือระดับหลัง
ขน-สี : คุณภาพของขนถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ขนมีลักษณะเหยียดตรงเป็นประกายคล้ายแพรวไหมขนบริเวณลำตัวให้เสมอพื้น ขนบริเวณหัวยาวอาจจะผูกด้วยโบว์เดี่ยวหรือโบว์คู่ก็ได้ขนที่ผ่า เท้าตัดให้สั้น บริเวณลำตัวสีเทาเข้มเงา บริเวณหัว อก และขา สีน้ำตาลเงา
ขนาด : เป็นสุนัขขนาดเล็ก
น้ำหนัก : ไม่เกิน 7 ปอนด์

มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์

สุนัขสายพันธุ์ มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ สุนัขที่มีเคราเป็นลักษณะเด่นเฉพาะตัว ผู้ที่กำลังมองหา มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ มาเลี้ยงแต่ยังไม่แน่ใจว่าสุนัขสายพันธุ์นี้จะเหมาะสมกับตัวคุณหรือไม่ 
เรามีคำแนะนำดีๆของ คุณเมธี ลีลาบรรจง จาก M.mambo club ผู้ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยง มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ มากว่า 10 ปี มาฝากค่ะ


มารู้จัก M.mambo club
M.mambo club เป็นบ้านที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ “มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ ” (Miniature Schnauzer) มากว่า 10 ปี เริ่มจากผมเป็นคนรักสัตว์และชอบเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่ยังเด็ก ก็คงเหมือนกับท่านอื่นๆที่มีสุนัขเป็นเพื่อนมาตลอด ในตอนแรกผมก็เลี้ยงสุนัขมาหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งสุนัขพันธุ์ผสม สุนัขพันธุ์แท้ จนผมได้พบมินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ ในภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่องหนึ่ง และได้จดจำชื่อของเจ้าตัวที่มีหนวดเอาไว้จากนั้นผมก็เริ่มศึกษาสุนัขสายพันธุ์นี้อย่างจริงจัง

จนในที่สุด เมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาผมก็ได้มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ ตัวแรกมาเป็นเพื่อน และตั้งชื่อให้ว่า “mambo” ซึ่งกลายมาเป็นชื่อคอกสุนัขของผมมาจนถึงปัจจุบัน ผมได้เรียนรู้และศึกษาจากมินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ที่เลี้ยงอยู่ ทำให้เห็นว่ามินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ นั้นเป็นสุนัขที่มีขนาดกำลังดี สามารถเลี้ยงในสถานที่ไม่กว้างขวางได้ และยังเป็นสุนัขที่โดดเด่นด้วยบุคลิกหน้าตาที่มีเสน่ห์ และมีโครงสร้างที่สง่างามไม่แพ้สุนัขพันธุ์ใหญ่ มีท่วงท่าการเดินที่น่าประทับใจ และเป็นสุนัขที่ฉลาด แข็งแรง กล้าหาญ ซื่อสัตย์ อดทน แถมยังสามารถปรับตัวเข้ากับอากาศในบ้านเราได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ที่สำคัญมินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ นั้นเป็นสุนัขที่ไม่มีกลิ่นสาบและไม่ผลัดขน แม้แต่ผู้ที่เป็นโรคภูมิก็สามารถเลี้ยงได้

5 ปีที่เราได้ศึกษาอย่างจริงจังในเรื่องการพัฒนาสายพันธุ์ รวมถึงการแต่งขนทั้งแบบประกวด และไม่ประกวด จนในที่สุด เราจึงตัดสินใจนำสุนัขเข้าประกวดเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.2000 จวบจนปัจจุบันสุนัขของ M.mambo club สามารถเก็บคะแนนจนได้เป็น TH.CH. (ไทยแลนด์แชมป์) แล้วกว่าสิบตัว

ตลอดเวลาที่ผ่านมา M.mambo club ได้มุ่งเน้นพัฒนาเพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบสุนัขพันธุ์มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ ได้ทราบว่ามินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ ที่สวยงามและถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร รวมไปถึงไม่ทำให้ผู้ที่ให้ไว้วางใจนำสุนัขจากทางเราไปเลี้ยงผิดหวังเพราะสุนัขเหล่านั้นได้เติบโตเป็นสุนัขที่สวยงามและสุขภาพแข็งแรง


อุปนิสัยและบุคลิกประจำสายพันธุ์มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ 
มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ เป็นสุนัขที่ตื่นตัว กล้าหาญ ฉลาด เชื่อฟังคำสั่ง ฝึกง่าย เป็นมิตร ไม่ก้าวร้าว ชอบและมีความสุขที่จะอยู่ใกล้ชิดเจ้าของ ซนเมื่อยังเล็ก แต่เมื่อโตก็จะนิ่งขึ้น


ลักษณะเด่นของมินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ 
มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ เป็นสุนัขที่จัดอยู่ในกลุ่มเทอร์เรียร์ จึงเป็นสุนัขที่มีความแข็งแกร่งแม้จะไม่ใช่สุนัขพันธุ์ใหญ่ และมีความคล่องแคล่วว่องไวสูง เป็นสุนัขที่ไม่ดุร้าย สามารถเข้ากับสุนัขได้ทุกสายพันธุ์ ถึงแม้ขนาดไม่ใหญ่แต่ก็เป็นสุนัขเฝ้าบ้านได้ ในต่างประเทศสามารถฝึกให้เป็นสุนัขที่ดมหาสิ่งของได้ แม้กระทั่งการดมหาโรคมะเร็ง


การเลี้ยงดูมินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ 
การเลี้ยงดูไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแค่ให้อาหารที่มีคุณภาพสูง ก็อาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มวิตามินใดๆ และเนื่องจากมินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ เป็นสุนัขอดทนและแข็งแรงจึงไม่ค่อยมีปัญหาอะไรมากนัก สำหรับการดูแลขน ควรแปรงขนอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง อาบน้ำอาทิตย์ละครั้ง ตัดขนทุกสามถึงสี่เดือน (ในกรณีที่ต้องการประกวดสุนัขต้องดูแลขนด้วยการถอน)
มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ นั้นจัดเป็นสุนัขน่าเลี้ยงมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะเป็นสุนัขที่ไม่ผลัดขน ขนไม่ร่วง และเป็นสุนัขที่ไม่มีกลิ่นสาบ ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ก็สามารถเลี้ยงได้


ปัญหาที่พบบ่อยในมินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ 
ถ้าเป็นมินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ ที่มีสายเลือดที่ถูกต้องและปราศจากโรคทางพันธุกรรมแล้ว ก็มักไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นสุนัขที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่ไม่ดี อาจมีปัญหาเรื่องผิวหนัง ปัญหาเกี่ยวกับตา และนิ่ว


สิ่งที่ต้องดูแลเป็นพิเศษสำหรับมินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ 
สุนัขทุกๆ สายพันธุ์ในบ้านเรานั้นควรระวังเรื่องยุงเป็นพิเศษ ไม่ควรให้สุนัขนอนในบริเวณที่มียุงชุม ควรจะมีมุ้งลวด เพราะยุงจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องหนอนหัวใจ สุนัขไม่ว่าสายพันธุ์อะไรก็จะเจ็บป่วยและมีชีวิตที่ไม่ยืนยาว


กิจกรรมโปรดของมินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ 
มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ เป็นสุนัขขนาดเล็กที่กระตือรือร้น ตื่นตัวและชอบมีกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอะไรที่เราจัดให้


มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์เหมาะกับผู้เลี้ยงที่มีบุคลิกแบบใด
มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ เป็นสุนัขขนาดเล็ก เป็นเทอร์เรียร์ที่พร้อมที่จะตื่นตัวในยามที่เรามีกิจกรรม และพร้อมจะนิ่งเฉยในเวลาปกติ (ในสุนัขเต็มวัย) จึงทำให้เหมาะกับทุกคน ทุกวัย และอาจเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับผู้ที่พร้อมจะมีกิจกรรมตลอดเวลา


ความนิยมเลี้ยงมินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ในปัจจุบัน
ปัจจุบันมีผู้เลี้ยงมินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์เยอะขึ้น แต่มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์ที่มีคุณภาพที่ดีสวยงามนั้นยังมีน้อยมาก
สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนที่จะตัดสินใจเป็นเจ้าของมินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์


อยากฝากทุกท่านที่กำลังจะตัดสินใจเป็นเจ้าของสุนัขไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใดก็ตาม
อันดับแรก ควรจะเลือกสุนัขที่เข้ากับความเป็นอยู่ และนิสัยของเรามากกว่าที่จะหาสุนัขซึ่งเป็นที่นิยม หรือสุนัขที่หน้าตาถูกใจ
เพราะสุนัขแต่ละสายพันธุ์มีนิสัยแตกต่างกันมาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าท่านเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยชอบทำกิจกรรมอะไร แต่อยากได้ แจ็ก รัสเซลล์ เทอร์เรียร์ มาเลี้ยงเพราะเห็นในโฆษณา หรือภาพยนต์แล้วถูกใจ ก็อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดก็ได้ เพราะ แจ็ก รัสเซลล์ เทอร์เรียร์ นั้นเป็นสุนัขที่มีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา หรือถ้าท่านชอบสุนัขประเภทหน้าสั้น แต่กลับเป็นผู้ที่ต้องการออกกำลังกายหรือมีกิจกรรมกับสุนัขอยู่ตลอดเวลา ท่านก็อาจกำลังเลือกผิดก็ได้


อันดับสอง เมื่อเราได้สุนัขที่ตรงตามความต้องการของเราและเหมาะกับตัวตนของเราแล้ว เราควรมองเรื่องคุณภาพตามมา คุณภาพของสุนัขนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากถึงมากที่สุด อย่ามองสุนัขเพียงแค่ว่ามีเพ็ดดิกรี เพราะความเข้าใจเรื่องเพ็ดดิกรีในบ้านเรานั้นยังมีน้อยมาก มักเข้าใจว่าสุนัขที่มีเพ็ดดิกรีเป็นสุนัขพันธุ์แท้ และเป็นสุนัขที่ดี แต่ความจริงแล้วเพ็ดดิกรีนั้นจะสำคัญอย่างยิ่งต่อเมื่อเรารู้จักสายเลือดของสุนัขที่เราต้องการซื้อ เราไม่ควรตัดสินใจสุนัขเพียงราคาหรือสถานที่ใกล้ ไกล

วิธีที่ดีที่สุดในการเลือกคุณภาพของสุนัขคือ ไม่ว่าใกล้ไกลแค่ไหนเราต้องไปดูให้ถึงที่ ทุกที่ เพราะนอกจากจะได้เห็นสุนัขและได้เห็นการเลี้ยงดูของสถานที่นั้นๆ แล้ว ยังได้สอบถามว่าผู้เพาะพันธุ์หรือผู้ขายนั้นมีความรู้และความชำนาญมากน้อยเพียงใด สามารถแก้ปัญหาให้กับสุนัขของเราเมื่อรับไปแล้วหรือไม่ และอย่าตัดสินใจเพียงราคา

จริงอยู่ที่ราคาอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ แต่โปรดอย่าลืมว่าสุนัขหนึ่งตัวนั้นอายุยืนได้สิบถึงสิบห้าปี ถ้าเราได้สุนัขที่ถูกใจอาจเป็นการซื้อครั้งเดียวจบ แต่ถ้าไม่ถูกใจอาจต้องเสียเงินก้อนต่อๆ ไปตามมา และสุนัขที่ดีนั้นต้องเป็นสุนัขที่ปราศจากโรคทางพันธุกรรม หรือมีโรคทางพันธุกรรมที่น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้


ราคาของมินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์แบ่งออกเป็นกี่ระดับ 
การขายสุนัขนั้นอยู่ที่ความพอใจของผู้ขายและผู้ซื้อมากกว่า สุนัขเป็นสินค้าที่มีชีวิต ดังนั้นถ้าสุนัขเป็นสุนัขที่ดี อาจไม่ได้ตั้งราคาตามตลาดและความนิยมในช่วงเวลานั้นๆ แต่ราคาขึ้นอยู่กับคุณภาพและการเลี้ยงดูมากกว่า อย่างไรก็ดีสุนัขทุกสายพันธุ์ในบ้านเรานั้นมีตั้งแต่ไม่กี่พันบาทจนถึงหลักแสนบาท



มาตรฐานสายพันธุ์มินิเอเจอร์ ชเนาเซอร์

น้ำหนัก : ประมาณ 14 ปอนด์

ส่วนสูง : 12-14 นิ้ว

ขน : ขนแข็ง มีขน 2 ชั้น

สี : สีดำ, สีดำสลับขาว และสีเกลือพริกไทย

จัดอยู่ในกลุ่ม : Terrier

หัว : ศีรษะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กะโหลกแบนค่อนข้างยาว หนังศีรษะตึงปราศจากรอยย่น

หู : ลักษณะเป็นตัว V นิยมตัดหูและดามให้ตั้ง

ตา : ขนาดเล็ก สีน้ำตาลเข้ม ตาลึก เป็นรูปกลมรี

ปาก : เส้นที่ลากจากสันปากจะขนานกับเส้นที่ลากจากหัวกะโหลก ความยาวของปากมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของกะโหลก มีเคราหนา

จมูก : มีมุมหักเล็กน้อย

ฟัน : สบกันแบบกรรไกร

ลำตัว : เป็นสี่เหลี่ยม ค่อนข้างสั้นและหนา กำยำล่ำสัน เส้นหลังตรงลาดเอียงจากหัวไหล่จรดโคนหาง ส่วนท้ายของลำตัวจะเตี้ยกว่าส่วนหน้าเล็กน้อย

คอ : มีลักษณะโค้ง ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ หนังคอตึง

อก : กว้าง ลึกจรดศอก

ขา : ขาหน้าตั้งตรง ขาหลังยาวแข็งแกร่ง ห่างกันพอประมาณ กระดูกใหญ่ ข้อเท้าแข็งแรง เท้าหนามีลักษณะคล้ายเท้าแมว นิ้วเท้าชิด

หาง : โคนหางอยู่ในระดับสูง นิยมตัดหางให้สั้น

ขนและสีขน : หยาบแข็งและหนา เช่นเดียวกับหนวดและเครา สีขนที่นิยมมี 3 สีคือ Salt & Pepper (สีเกลือพริกไทย),Black & Silver (ดำเงิน หรือดำสลับขาว) และ Black (สีดำ) ส่วนสีขาวยังไม่เป็นที่ยอมรับในหลายๆประเทศ

ขนาด : ตั้งแต่ 12 นิ้ว และไม่เกิน 14 นิ้ว

การเดินและวิ่ง : คล่องแคล่ว มั่นคงและสง่างาม มองจากด้านหน้าหรือด้านหลังจะเห็นการเคลื่อนที่ของขา เป็นเส้นตรง

ลักษณะที่ถือว่าบกพร่อง : ขนนุ่มสลวยทั้งตัว หัวลีบเล็ก สีขาวทั้งตัว

นิสัย : คล่องแคล่วว่องไว กล้าหาญ อดทนและเป็นนักสู้ ไม่มีลักษณะบ่งบอกว่าเป็นสุนัขขนาดเล็กเลย เชื่อฟังคำสั่ง เป็นมิตร สามารถปรับตัวเข้ากับสัตว์อื่นๆได้ เช่น แมว กระต่าย นก (แต่ต้องผ่านการฝึกฝน)

เหมาะสม : สำหรับเจ้าของที่ขี้เหงา เพราะสุนัขพันธุ์นี้รักเจ้าของ และไม่ค่อยจะยอมให้คนในครอบครัวห่างสายตาด้วยการมานั่งหรือนอนเฝ้าอยู่ข้างกาย

ไม่เหมาะสม : สำหรับคนที่ลังเลใจ ตัดสินใจไม่เด็ดขาด เพราะสุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขที่ปราดเปรียวและชอบทำอะไรรวดเร็ว

ข้อดีของการเลี้ยง : ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ก็สามารถเลี้ยงได้ เพราะไม่ผลัดขน และเป็นสุนัขที่ไม่มีกลิ่นสาบ

ข้อเสียของการเลี้ยง : เป็นสุนัขที่หวงแหนเจ้านาย จนบางครั้งดูเกินเหตุไป

ช่วงชีวิต : ประมาณ 14-16 ปี

ฟเร็นช บลูด็อก


ประมาณปี 1860 มีสุนัข Bulldog มากมายในประเทศอังกฤษและสุนัขชนิดนี้ไม่ค่อยนิยมเลี้ยงเท่าไร สุนัขเหล่านี้บางส่วนถูกส่งเข้าไปในประเทศฝรั่งเศส และได้ผสมกับสุนัขพันธุ์ต่างๆในฝรั่งเศส จนในที่สุดเกิดเป็นสุนัขพันธุ์ French Bulldog ขึ้นและสุนัขพันธุ์นี้เป็นที่นิยมเลี้ยงในประเทศฝรั่งเศสโดยเฉพาะสุภาพสตรี

ปี 1880 ปารีส เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมของชาวอเมริกาผู้มั่งคั่ง และเมื่อมีข่าวสุนัขพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น ต่างก็ต้องการอยากจะไปดูด้วยตาตนเอง สิ่งที่พวกเขาได้พบคือสุนัขพันธุ์ French Bulldog สุนัขพันธุ์นี้มาจากอังกฤษ ความจริงอเมริกามีอิทธิพลในการเลือกเพาะพันธุ์นี้ขึ้นมาให้มีลักษณะอย่าง French Bulldog ในปัจจุบันได้รับการยอมรับที่สามารถให้พัฒนาให้มีหัวอย่างมัสตีฟ ขากรรไกรเป็นรูปสี่เหลี่ยม ลำตัวกะทัดรัดและที่สำคัญคือที่ใบหูเหมือนค้างคาวอย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้

French Bulldog เป็นสุนัขพันธุ์เล็กน้ำหนักไม่เกิน 28 ปอนด์ หน้าเหมือน Bulldog ทั่วไป ริมฝีปากหนา จมูกหักสั้นเข้าไปด้านใน นัยน์ตาสดใส ลักษณะพิเศษคือใบหูเหมือนค้างคาว ซึ่งไม่มีสุนัขพันธุ์ใดในโลกนี้เหมือนเขาจะเห่าและขู่บ้าง แต่มีความเป็นมิตรชอบทำตัวเป็นเจ้าของบ้านมากกว่าเป็นผู้อารักขา พร้อมที่เป็นมิตรกับคนแปลกหน้าเสมอไม่ว่าจะเป็นคนแก่ เด็ก แมว และสัตว์อื่นๆ มีนิสัยขี้เล่น ร่าเริงรักเด็กขนาดใกล้เคียงกับ Pug และ Boston Terrier

มาตราฐานสายพันธุ์
อุปนิสัย : ฉลาด ร่าเริง ชอบเล่น ตื่นตัวอยู่เสมอ
ศีรษะ : มีขนาดใหญ่คล้ายทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส หัวกะโหลกระหว่างหูค่อนข้างแบน
หน้าผาก : มีลักษณะโค้งเล็กน้อย แก้มมีกล้ามเน้อชัดเจน
หู : มีลักษณะเหมือนหูค้างคาว โคนหูใหญ่ ค่อนข้างยาว ปลายหูกลม โคนหูอยู่ค่อนข้างสูง
ตา : มีสีเข้ม ขนาดปานกลาง ตาค่อนข้างกลม ตาค่อนข้างห่างจากหู ตาไม่ลึกหรือโปน
ดั้งจมูก : มีมุมหักชัดเจนทำให้มีหลุมลึก
ปาก : มีลักษณะกว้างและลึก มุมปากเหนียงและค่อนข้างหนา กรามแข็งแรงขณะหุบปากไม่เห็นฟันยื่นออกมา
จมูก : มีลักษณะสั้น รูจมูกกว้าง จมูกมีสีดำ หรือสีจาง ขึ้นอยู่กับสีของขน
ฟัน : แข็งแรง ขบแบบ UNDERSHOT
ลำตัว : มีลักษณะสั้นกลม เส้นหลังโค้ง บริเวณหัวไหล่ค่อนข้างกว้างบริเวณเอวเล็ก
คอ : มีลักษณะกลมหนา หนังคอบริเวณลูกกระเดือก ค่อนข้างย่น
อก : กว้างและลึก
ขาหน้า : มีกระดูกใหญ่ ขาหน้าค่อนข้าสั้น ขาหน้าประกอบด้วยกล้ามเนื้อขา ขาหน้าตั้งตรงขาหน้าทั้งสองห่างกันพอสมควร เท้าหน้าขนาดพอเหมาะนิ้วเท้าชิด
ขาหลัง : ประกอบด้วยกล้ามเนื้อขาหลังตรง ห่างกันพอประมาณข้อเท้าหลังอยู่ในระดับต่ำ เท้าหลังมีขนาดพอเหมาะนิ้วเท้าชิด เท้าหลังใหญ่กว่าเท้าหน้าเล็กน้อย
หาง : โคนอยู่ในระดับต่ำ หางตรงหรือเป็นเกลียวได้ หางค่อนข้างสั้น
ขน-สี : ขนสั้นนุ่ม ขนมีหลายสี เช่น น้ำตาล ขาว น้ำตาลขาว หนังค่อนข้างย่น
น้ำหนัก : ชนิดเล็กมีน้ำหนักน้อยกว่า 22 ปอนด์ ชนิดใหญ่มีน้ำหนักประมาณ 22-28 ปอนด์
ข้อบกพร่อง : หูไม่เหมือนค้างคาว สีดำ-ขาว สีดำ-น้ำตาล ตามีสีไม่เหมือนกัน น้ำหนักเกิน 22 ปอนด์